เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา และ นายกิตติภูมิ ชินโสภณทรัพย์ อนุกรรมาธิการ วุฒิสภา ในฐานะตัวแทนจาก คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนฐานราก เพื่อส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอย่างยั่งยืน ร่วมแถลงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจฐานรากและความร่วมมือระดับภูมิภาค ในการประชุม Climate and Sustainability Capital Forum (CSCAP 2026)

การแถลงวิสัยทัศน์มุ่งนำเสนอแนวทางยกระดับภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล ตลาด ผู้ซื้อ และพันธมิตร พร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ที่มั่นคงและการกระจายคุณค่าทางเศรษฐกิจกลับสู่ผู้ผลิตและชุมชน ภายใต้แนวคิดการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Consumption and Production (SCP)

นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา ผู้แถลงวิสัยทัศน์ในการประชุม CSCAP 2026
นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา — ผู้แถลงวิสัยทัศน์ในการประชุม CSCAP 2026
เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนต้องเชื่อมอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับคุณภาพ ข้อมูล ผู้ซื้อ และพันธมิตร พร้อมวัดว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ผู้ผลิตและชุมชนมากเพียงใด

CSCAP 2026: เชื่อมความยั่งยืนกับเศรษฐกิจจริง

การแถลงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “เศรษฐกิจฐานรากยั่งยืนกับบทบาทของประเทศไทยในความร่วมมือระดับภูมิภาค” นำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพสินค้า การพัฒนาระบบข้อมูล และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันวิชาการ และชุมชน

บริบทของวาระดังกล่าวครอบคลุมการเชื่อมผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และซัพพลายเชนท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล ผู้ซื้อ นักลงทุน และสถาบันการเงิน ความยั่งยืนจึงเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันและความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง

ข้อมูลจาก Sustainism: CSCAP 2026 อธิบายทิศทางของเวทีในฐานะกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เชื่อมความพร้อมด้านความยั่งยืนกับโอกาสทางการค้าและเงินทุน สอดคล้องกับคำถามสำคัญของบทความนี้ว่า จะทำให้ศักยภาพของชุมชนกลายเป็นความพร้อมที่ตลาดประเมินและตัดสินใจได้อย่างไร

ห้องประชุมและจอแสดงกิจกรรม CSCAP 2026 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
สถานที่จัดกิจกรรม CSCAP 2026 บรรยากาศการประชุม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
ภาพรวมผู้เข้าร่วมการประชุม CSCAP 2026
ภาพรวมการประชุม CSCAP 2026 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

จากสินค้าที่ดี สู่รายได้ที่มั่นคงของชุมชน

จากการนำเสนอ บทเรียนจากการศึกษาวิสาหกิจชุมชนใน 4 จังหวัดและการหารือกับ 16 หน่วยงานสะท้อนว่า ชุมชนมีทุนทางทรัพยากร ภูมิปัญญา และศักยภาพในการพัฒนา แต่การเชื่อมโยงข้อมูลผู้ผลิต มาตรฐานสินค้า บริการสนับสนุน และความต้องการของตลาดยังเป็นประเด็นที่ต้องพัฒนาอย่างเป็นระบบ

ผู้ผลิตอาจพัฒนาสินค้าโดยยังไม่ทราบว่าผู้ซื้อเป็นใคร ต้องการปริมาณเท่าใด และต้องใช้หลักฐานอะไรประกอบการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อก็มีต้นทุนในการค้นหาผู้ผลิตที่พร้อมส่งมอบ การสนับสนุนจึงควรติดตามเส้นทางของผู้ผลิตตั้งแต่ประเมินความพร้อม พัฒนาคุณภาพ ทดลองตลาด ไปจนถึงการซื้อซ้ำ

องค์ประกอบที่ควรพัฒนาควบคู่กันมี 4 ส่วน ได้แก่ ภูมิปัญญา คุณภาพ การเข้าถึงตลาด และประโยชน์ของชุมชน ภูมิปัญญาสร้างความแตกต่าง คุณภาพและหลักฐานสร้างความเชื่อมั่น ตลาดสร้างคำสั่งซื้อ ส่วนการแบ่งปันประโยชน์อย่างเป็นธรรมช่วยให้ชุมชนมีแรงจูงใจรักษาทรัพยากรและสืบทอดองค์ความรู้

การนำเสนอ From Good Products to Reliable Income ภายในงาน CSCAP 2026
การเชื่อมคุณภาพสินค้า ตลาด และรายได้ที่ต่อเนื่องของผู้ผลิต
ผู้เข้าร่วมการประชุมบริเวณที่นั่ง Thai Senate ในงาน CSCAP 2026
บรรยากาศบริเวณที่นั่งผู้แทน Thai Senate ในการประชุม CSCAP 2026

กรอบ 4S–4I: สร้างความพร้อมก่อนขยายโอกาส

กรอบ 4S–4I จากการนำเสนอเชื่อมโยงการเตรียมฐานการทำงานกับการขยายตลาดเป็นกระบวนการต่อเนื่อง โดยไม่แยกการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกจากการพัฒนาคนและองค์กร

4S: ฐานความพร้อมของผู้ผลิต

  • Storytelling: ถ่ายทอดเรื่องราวแหล่งกำเนิดและภูมิปัญญาที่มีข้อมูลรองรับ
  • Structure: จัดโครงสร้างกลุ่ม บทบาท และการประสานงานให้รองรับการผลิตและส่งมอบ
  • Standard: พัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องกับตลาดเป้าหมาย พร้อมหลักฐานที่ตรวจสอบได้
  • Signature: ระบุเอกลักษณ์ของสินค้าให้ชัดเจนและรักษาความสม่ำเสมอ

4I: เส้นทางขยายโอกาส

  • Identity: รักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ของพื้นที่
  • Innovation: ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และกระบวนการให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อ
  • Integration: เชื่อมผู้ผลิต องค์ความรู้ ตลาด และหน่วยงานสนับสนุน
  • Internationalization: เตรียมความพร้อมตามข้อกำหนดของตลาดต่างประเทศ

สาระสำคัญคือ การรักษาอัตลักษณ์และการใช้นวัตกรรมสามารถดำเนินไปด้วยกันได้ การขยายตลาดควรเกิดจากความพร้อมด้านคุณภาพ กำลังผลิต และการส่งมอบที่พิสูจน์ได้

Sustainable GI: เชื่อมคุณค่าของถิ่นกำเนิดกับอนาคตของพื้นที่

จากการนำเสนอ GI หรือ Geographical Indications สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสินค้าและถิ่นกำเนิด ผ่านคุณภาพ ลักษณะเฉพาะ หรือชื่อเสียงที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ ความรู้ และวิถีการผลิตของพื้นที่ ส่วน Sustainable GI เป็นกรอบแนวคิดที่ต่อยอดคุณค่าดังกล่าวให้ครอบคลุมความยั่งยืน 4 มิติ

  1. เศรษฐกิจ: ผู้ผลิตมีรายได้และดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง
  2. สังคมและวัฒนธรรม: เกิดประโยชน์ต่อคนทำงานและการสืบทอดภูมิปัญญา
  3. สิ่งแวดล้อม: ดูแลทรัพยากรและผลกระทบจากกระบวนการผลิต
  4. ธรรมาภิบาลร่วม: มีกติกา ความโปร่งใส และความรับผิดชอบที่ชัดเจน

จากการนำเสนอ มีข้อเสนอให้พัฒนากรอบนี้ตามบริบทและความพร้อมของแต่ละชุมชน ไม่กำหนดโมเดลเดียวให้ทุกพื้นที่ ทั้งยังแยกอย่างชัดเจนว่า ฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาผู้ผลิตและเชื่อมตลาดไม่ใช่การขึ้นทะเบียน GI ทางกฎหมาย และการอ้างอิง Sustainable GI ในบทความนี้ไม่ได้หมายถึงการรับรองมาตรฐานให้สินค้าหรือองค์กรใด

ตัวอย่างจากการนำเสนอครอบคลุมทุเรียน ข้าวหรือกาแฟที่มีอัตลักษณ์ของแหล่งกำเนิด และผลไม้แปรรูป โดยใช้เพื่ออธิบายแนวทางสร้างมูลค่า ไม่ใช่การยืนยันว่าสินค้าทุกรายการได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว

มาตรฐานและข้อมูล: ทำให้คุณภาพเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อประเมินได้

การเชื่อมตลาดเริ่มจากคำถามที่ใช้งานจริง ได้แก่ สินค้ามาจากที่ใด ใครเป็นผู้ผลิต ใช้กระบวนการใด ตรวจคุณภาพเมื่อใด และหากพบปัญหาจะย้อนกลับไปถึงรุ่นการผลิตได้อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินความเสี่ยงและให้ผู้ผลิตค้นหาจุดที่ต้องปรับปรุง

ระบบข้อมูลจึงควรใช้งานง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ การบันทึกแหล่งผลิต คุณลักษณะสินค้า กำลังผลิต ผลตรวจคุณภาพ ประวัติส่งมอบ และข้อร้องเรียนในรูปแบบเดียวกัน ช่วยลดการจัดทำข้อมูลซ้ำและสนับสนุนการประสานงานระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ และหน่วยงานพัฒนา

บรรยากาศผู้เข้าร่วมและการประสานงานภายในห้องประชุม CSCAP 2026
บรรยากาศภายในห้องประชุม สะท้อนความสำคัญของคนและการประสานงานระหว่างภาคส่วน

จากความพร้อมสู่ตลาด: 5 ขั้นตอนการพัฒนาที่เชื่อมโยงข้อมูลตลาด

จากการนำเสนอ สามารถแบ่งเส้นทางดำเนินงานเป็น Explore, Create, Launch, Buyer and Partners และ Grow โดยทุกช่วงต้องนำข้อมูลจากตลาดกลับมาปรับปรุงการทำงาน

  1. Explore: สำรวจทุนท้องถิ่น ความพร้อมของผู้ผลิต และความต้องการของผู้ซื้อ
  2. Create: พัฒนาสินค้า คุณภาพ ต้นทุน และข้อมูลประกอบการขาย
  3. Launch: ทดลองตลาดกับผู้ซื้อจริงเพื่อพิสูจน์ความเหมาะสม
  4. Buyer and Partners: เชื่อมผู้ซื้อและพันธมิตรด้านมาตรฐาน โลจิสติกส์ และการเงิน
  5. Grow: ขยายเมื่อมีหลักฐานว่ากำลังผลิตและการส่งมอบรองรับได้

บทบาทของผู้เชื่อมชุมชนกับตลาดจึงมีความสำคัญ ทั้งการแปลงอัตลักษณ์สินค้าเป็นข้อมูลเชิงพาณิชย์ เตรียมตัวอย่าง ประสานเงื่อนไข และนำข้อเสนอแนะกลับสู่ผู้ผลิต การพัฒนาคนรุ่นใหม่ในชุมชนให้ทำหน้าที่นี้ช่วยสร้างความสามารถระยะยาว

ผู้แทนรับฟังการนำเสนอในการประชุม CSCAP 2026
การรับฟังและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างการประชุม

เงินทุนและพันธมิตรต้องสอดคล้องกับวงจรผลิตจริง

จากการนำเสนอ มีการแยกเงินลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อม เช่น เครื่องมือ การทดสอบ และระบบข้อมูล ออกจากเงินทุนหมุนเวียนสำหรับวัตถุดิบ การผลิต และระยะเวลารับชำระเงิน การหารือกับแหล่งทุนควรมีข้อมูลต้นทุน รอบผลิต ประวัติส่งมอบ และเงื่อนไขคำสั่งซื้อประกอบ ไม่ขยายภาระเกินความสามารถของผู้ผลิต

ในด้านความร่วมมือ ชุมชนดูแลผลิตภัณฑ์และข้อมูลต้นทาง ภาครัฐและสถาบันวิชาการสนับสนุนองค์ความรู้และมาตรฐาน ธุรกิจและผู้ซื้อสะท้อนความต้องการตลาด ส่วนโลจิสติกส์และการเงินช่วยให้การส่งมอบต่อเนื่องได้ แต่ละฝ่ายควรเห็นเป้าหมาย ช่องว่างความพร้อม และหลักฐานความก้าวหน้าร่วมกัน

จากการนำเสนอ มีการยก Freshfromthai.co และ DurianTradeX.com เป็นตัวอย่างโมเดลแพลตฟอร์มภาคเอกชนที่เชื่อมผู้ผลิต ข้อมูล ผู้ซื้อ และพันธมิตร โดยเน้นบทบาทของข้อมูลต่อการตัดสินใจและการพัฒนาความพร้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้ผลิตและการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้า

โอกาสของประเทศไทยในความร่วมมือระดับภูมิภาค

ข้อเสนอสำคัญจากการนำเสนอคือ ประเทศไทยสามารถพัฒนาบทบาทเป็นผู้เชื่อมโยงความร่วมมือ Sustainable GI ระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ แหล่งทุน และตลาด โดยเคารพอัตลักษณ์และบทบาทของแต่ละประเทศ การเชื่อมข้อมูลแหล่งกำเนิด คุณภาพ และหลักฐานความยั่งยืนควรดำเนินคู่กับธรรมาภิบาลข้อมูลและการแบ่งปันประโยชน์

การท่องเที่ยวสามารถเสริมเส้นทางนี้ได้ เพราะทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสอาหาร เกษตร หัตถกรรม และวิถีชีวิตของพื้นที่โดยตรง ขณะที่ช่องทางดิจิทัลช่วยสานต่อความสัมพันธ์หลังการเดินทางผ่านการซื้อซ้ำและการเชื่อมผู้ซื้อรายใหม่

การนำเสนอเชื่อมโยงแนวคิดกับ SDG 8 ด้านงานและเศรษฐกิจ SDG 12 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ และ SDG 17 ด้านความร่วมมือ โดยมุ่งพัฒนาความร่วมมือที่สามารถนำไปปฏิบัติ พร้อมกำหนดผลลัพธ์ที่ติดตามและประเมินได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพร่วมกันบริเวณฉากหลัง CSCAP 2026
ภาพร่วมบริเวณฉากหลังของงาน CSCAP 2026 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ
ภาพร่วมกิจกรรมบริเวณที่นั่ง Thai Senate ภายในห้องประชุม
ภาพร่วมกิจกรรมของผู้เข้าร่วมการประชุม CSCAP 2026 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ

มุมมอง Top Growth Studio: เชื่อมกลยุทธ์ ข้อมูล และการนำไปใช้

สำหรับ Top Growth Studio สาระจากการนำเสนอครั้งนี้เชื่อมกับการทำงานด้าน Strategic Growth และการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ การมีผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่ดีเป็นจุดเริ่มต้น แต่ต้องมีระบบที่ทำให้คน ข้อมูล กระบวนการ และตลาดทำงานสอดคล้องกัน

แนวทางประยุกต์ของ Top Growth Studio จึงเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาและความพร้อม กำหนดผู้รับผิดชอบ ออกแบบกระบวนการ ทดลองในขอบเขตเล็ก และใช้ข้อมูลประเมินก่อนขยาย แนวคิดนี้สัมพันธ์กับ บริการที่ปรึกษา AI และการวิเคราะห์โจทย์องค์กร และ การพัฒนาองค์กรด้วย AI โดยต้องเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับความสามารถของผู้ใช้งานจริง

AI สามารถช่วยเตรียมร่างข้อมูลสินค้า จัดหมวดเอกสาร สรุปความต้องการผู้ซื้อ หรือรวบรวมประเด็นจากข้อเสนอแนะได้ แต่ข้อมูลแหล่งกำเนิด ผลตรวจคุณภาพ และคำกล่าวอ้างด้านความยั่งยืนต้องย้อนกลับไปตรวจหลักฐานต้นทาง การเปิดเผยข้อมูลและการอนุมัติข้อความสำคัญควรมีผู้รับผิดชอบตาม แนวทางกำกับดูแล AI และข้อมูลขององค์กร

แนวทางประยุกต์ของ Top Growth Studio ให้ความสำคัญกับการเชื่อมกลยุทธ์ การพัฒนาคน และระบบข้อมูล เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร

การพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เข้าร่วม CSCAP 2026
บรรยากาศการพบปะแลกเปลี่ยนภายในสถานที่จัดงาน

วัดความสำเร็จจากคุณค่าที่กลับถึงผู้ผลิต

จากการนำเสนอ การประเมินผลควรครอบคลุมตั้งแต่คำสั่งซื้อแรกจนถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาว ผ่านตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่

  • ความตรงต่อเวลาและความสม่ำเสมอในการส่งมอบ
  • ข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา
  • อัตราการซื้อซ้ำ
  • รายได้สุทธิของผู้ผลิต
  • สัดส่วนมูลค่าที่กลับคืนสู่ผู้ผลิตและชุมชน
  • การใช้ทรัพยากร ของเสีย และผลกระทบที่เหมาะกับบริบทการผลิต

การเลือกตัวชี้วัดควรมีข้อมูลตั้งต้น ช่วงเวลาวัด และเจ้าของข้อมูลชัดเจน เพื่อให้เห็นว่าการพัฒนาช่วยเพิ่มความสามารถของผู้ผลิตและรักษาฐานทรัพยากรของพื้นที่ได้จริงเพียงใด

ภาพร่วมกิจกรรมภายในห้องประชุม CSCAP 2026
ภาพบันทึกร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุม

คำถามที่พบบ่อย

CSCAP 2026 คือการประชุมเกี่ยวกับเรื่องใด?

CSCAP 2026 หมายถึง Climate and Sustainability Capital Forum ซึ่งเชื่อมประเด็นนโยบาย มาตรฐาน การค้า การเงิน และนวัตกรรมกับการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน บทความนี้เน้นวาระเศรษฐกิจฐานรากวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

Sustainable GI ช่วยเศรษฐกิจฐานรากอย่างไร?

กรอบ Sustainable GI จากการนำเสนอเชื่อมคุณค่าของแหล่งกำเนิดกับรายได้ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลร่วม เพื่อให้การสร้างมูลค่าสินค้าสนับสนุนอนาคตของผู้ผลิตและพื้นที่ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าที่มีอัตลักษณ์ทุกชนิดได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้ว

4S และ 4I ประกอบด้วยอะไร?

4S ได้แก่ Storytelling, Structure, Standard และ Signature ใช้เตรียมความพร้อม ส่วน 4I ได้แก่ Identity, Innovation, Integration และ Internationalization ใช้ขยายโอกาสโดยรักษาอัตลักษณ์และพัฒนาความสามารถของผู้ผลิต

แพลตฟอร์มข้อมูลทดแทนการขึ้นทะเบียน GI ได้หรือไม่?

ไม่ได้ การนำเสนอแยกฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาผู้ผลิตและเชื่อมตลาดออกจากการขึ้นทะเบียน GI ทางกฎหมายอย่างชัดเจน ฐานข้อมูลช่วยจัดระเบียบหลักฐานและการประสานงาน แต่ไม่ทำหน้าที่รับรองสถานะทางกฎหมาย

ประเด็น CSCAP เชื่อมกับงานของ Top Growth Studio อย่างไร?

เชื่อมในมิติการวางกลยุทธ์ การพัฒนาความพร้อม ระบบข้อมูล และการวัดผล Top Growth Studio เสนอการประยุกต์ AI เพื่อช่วยงานข้อมูลและกระบวนการ โดยให้ผู้รับผิดชอบตรวจหลักฐานและตัดสินใจในประเด็นสำคัญ

ผู้แถลงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจฐานรากในวาระนี้คือใคร?

นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา และนายกิตติภูมิ ชินโสภณทรัพย์ อนุกรรมาธิการ วุฒิสภา เป็นผู้แถลงวิสัยทัศน์ในฐานะตัวแทนจากคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนฐานราก เพื่อส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอย่างยั่งยืน